24 – 26 สิงหาคม 2569
มูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (มูลนิธิ ส.พ.ส.) ร่วมกับ บริษัท ไทยเมดิเอชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด (บริษัท TMC) ได้ดำเนินโครงการศึกษาดูงาน “ระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของสาธารณรัฐสิงคโปร์ และการเข้าร่วมประชุม Singapore Convention Week 2026” ระหว่างวันที่ 24 – 26 สิงหาคม 2569 ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการอบรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการเงิน เสริมทักษะการแก้ปัญหาอย่างมืออาชีพ (Mediation of Financial Dispute: Skill Enhancement for Professional Resolution) รุ่นที่ 2 โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ และ นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้าร่วมศึกษาดูงานในครั้งนี้

เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการ ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 คณะผู้ศึกษาดูงานได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือร่วมกับ นางวรพรรณี ดำรงมณี เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ณ สถานเอกอัครราชทูตฯ โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับจุดเด่นของระบบการไกล่เกลี่ยของประเทศสิงคโปร์ ตลอดจนรับฟังการบรรยายพิเศษเรื่องสถานการณ์การจัดการข้อพิพาทหนี้สินทางการเงิน การเข้าพบในครั้งนี้มุ่งเน้นการศึกษาแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ของสิงคโปร์ โดยเฉพาะบทบาทการทำงานของศูนย์ระงับข้อพิพาทด้านอุตสาหกรรมการเงิน (FIDReC) และคณะกรรมการให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อแห่งสิงคโปร์ (CCS) เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพกลไกการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในบริบทของประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม



เจาะลึกระบบไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสากล: ความสำคัญและบทบาทของสถาบันศึกษาดูงาน
คณะศึกษาดูงานได้เข้าศึกษาการปฏิบัติงานจริงและรับฟังการบรรยาย ณ สถาบันและองค์กรชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญระดับโลกในการระงับข้อพิพาททางเลือก ได้แก่
Financial Industry Disputes Resolution Centre (FIDReC) (ศูนย์ระงับข้อพิพาทด้านอุตสาหกรรมการเงิน)
FIDReC เป็นองค์กรระงับข้อพิพาทเฉพาะทางที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเหลือและแก้ไขข้อพิพาทด้านการเงินระหว่างผู้บริโภคระดับปัจเจกบุคคลกับสถาบันการเงิน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การระงับข้อพิพาทเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีความเป็นธรรม
คณะฯ ได้ศึกษาการทำงานของศูนย์ที่มีความเป็นอิสระ เน้นการระงับข้อพิพาทที่คล่องตัวโดยไม่เกี่ยวข้องกับทนายความ โดยมีผู้ไกล่เกลี่ยที่ทำงานเต็มเวลาของหน่วยงานคอยทำหน้าที่ประสานและระงับความขัดแย้งทางการเงินทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับประกันภัย ไฟแนนซ์ หุ้น หรือการทำธุรกรรมกับธนาคาร


Maxwell Chambers (ศูนย์ระงับข้อพิพาททางเลือกระดับสากล)
Maxwell Chambers เป็นศูนย์ระงับข้อพิพาททางเลือก (Alternative Dispute Resolution Hub – ADR Hub) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางระดับสากลสำหรับการจัดกระบวนการไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการเจรจาระงับข้อพิพาท
คณะฯ ได้ศึกษาโครงสร้างการบริหารจัดการและการออกแบบพื้นที่เชิงกายภาพที่ทันสมัย ซึ่งถูกจัดวางเพื่อเอื้อต่อความเป็นกลาง มีความเป็นมืออาชีพ และส่งเสริมการสร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงให้แก่คู่พิพาทในระดับนานาชาติ


Credit Counselling Singapore (CCS) (คณะกรรมการให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อแห่งสิงคโปร์)
CCS เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) และองค์การสาธารณกุศลที่ไม่แสวงหาผลกำไร (Registered Charity) ที่มุ่งเน้นการให้ความรู้ทางการเงินและคำปรึกษาแก่ผู้ที่มีปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว ทั้งกลุ่มหนี้ผู้บริโภคทั่วไปและหนี้ธุรกิจขนาดเล็ก
คณะฯ ได้ศึกษาแนวทางการจัดการหนี้สินนอกศาล (Debt Management) โดย CCS ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาประนอมหนี้ระหว่างลูกหนี้กับสถาบันการเงินหลักในสิงคโปร์ ด้วยการวางโครงสร้างแผนชำระหนี้ (Debt Management Programme – DMP) เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถผ่อนชำระคืนได้จริงตามความสามารถ โดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องล้มละลาย

สำนักงานศูนย์บริการช่วยเหลือทางกฎหมาย Pro Bono SG
คณะฯ ได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของ Pro Bono SG ณ อาคาร State Courts ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการอำนวยความยุติธรรมขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงทนายความหรือผู้พิพาททางกฎหมายที่ต้องดำเนินคดีด้วยตนเอง (Self-Represented Litigants) Pro Bono SG มีศูนย์กฎหมายชุมชนแห่งแรกของสิงคโปร์ตั้งอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ในบริเวณศาสนสถานย่านโฮกัง (Hougang) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้ยากไร้และผู้พิการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย คณะฯ ได้ศึกษาต้นแบบการเข้าถึงความยุติธรรมระดับรากหญ้า ผ่านการขยายขอบเขตการทำงานเชิงรุกนอกสถานที่ราชการ บูรณาการร่วมกับศาสนสถานและชุมชนเพื่อขจัดอุปสรรคในการเดินทางและการเข้าถึงสิทธิทางกฎหมายของกลุ่มเปราะบาง


เปิดโลกทัศน์วิชาการระดับสากล: การเข้าร่วมประชุม Singapore Convention Week 2026
UNCITRAL Academy
การเข้าร่วมประชุม UNCITRAL Academy ในงาน Singapore Convention Week 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญระดับโลกในการศึกษาและเสริมสร้างมุมมองทางวิชาการ โดยในปีนี้มีความพิเศษอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นวาระครบรอบ 60 ปีของ UNCITRAL และวาระครบรอบ 200 ปีระบบกฎหมายและตุลาการสมัยใหม่ของสิงคโปร์ (SGLaw200) โดยได้รับเกียรติจาก Edwin TONG SC รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกฎหมายและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคนที่สองของสิงคโปร์ ร่วมด้วย Anna JOUBIN-BRET เลขาธิการคณะกรรมาธิการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (UNCITRAL)


ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “Trust as the New Currency: Values in a Tech-Driven World”: การวิเคราะห์ประเด็นความท้าทายเมื่อกฎหมายต้องปรับตัวให้ทันกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเน้นการรักษา “ความไว้วางใจ” (Trust) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในระบบความยุติธรรมและการค้าโลก พร้อมแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบัน และผู้ให้บริการเทคโนโลยีในการสร้างกรอบธรรมาภิบาลร่วมกัน และมีเวิร์กชอป “The AI-Enabled Mediation: Innovation, Ethics and Access to Justice, and the Future of Dispute Resolution”: ที่ผู้จัดร่วมกับสถาบันการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนานาชาติสิงคโปร์ (SIMC) มุ่งเจาะลึกการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยสนับสนุนผู้ไกล่เกลี่ยในการบริหารจัดการข้อพิพาทข้ามพรมแดนที่มีความซับซ้อนและมีคู่กรณีหลายฝ่าย ตลอดจนการพิจารณาด้านจริยธรรมและการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม



การสัมมนาเชิงเสวนา “Morning Dialogue with VIFCA: Vietnam-Singapore Perspectives on Cross-border Dispute Resolution”
การเปิดตัวศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ VIFC (VIFCA) และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากเวียดนามและสิงคโปร์ ในการวิเคราะห์แนวทางการระงับข้อพิพาททางการเงินและการลงทุนที่ดีที่สุดในภูมิภาค ภายใต้บริบทของโครงการศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศเวียดนาม (Vietnam International Financial Centre)


ยกระดับและต่อยอดความรู้สู่สังคมไทย
การศึกษาดูงานในสิงคโปร์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ มูลนิธิ ส.พ.ส. และ บริษัท ไทยเมดิเอชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด (TMC) ในการยกระดับขีดความสามารถของสถาบันและบุคลากรทางกฎหมายของไทยให้ก้าวทันนวัตกรรมสากล ข้อมูลเชิงลึกและการเรียนรู้ระบบงานจริง ไม่ว่าจะเป็นด้านการระงับข้อพิพาททางการเงิน เทคโนโลยี AI ในกระบวนการไกล่เกลี่ย และกระบวนการประนอมหนี้นอกศาล จะถูกนำมาประมวลผล สังเคราะห์ และพัฒนาเป็นต้นแบบในการปรับปรุงกลไกการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางเลือกของไทย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนตามแนวทางสันติวิธีสืบไป