You are currently viewing ฉบับที่ 37 — ส.พ.ส. ร่วมเป็นวิทยากรหลักสูตร “การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท” รุ่นที่ 3 เสริมศักยภาพบุคลากรสอบสวน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนด้วยสันติวิธี

ฉบับที่ 37 — ส.พ.ส. ร่วมเป็นวิทยากรหลักสูตร “การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท” รุ่นที่ 3 เสริมศักยภาพบุคลากรสอบสวน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนด้วยสันติวิธี

3 กันยายน 2569

นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ประธานมูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ส.พ.ส.) พร้อมด้วยคณะทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ร่วมเป็นวิทยากรหลักในการฝึกปฏิบัติหัวข้อ “การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่ง ทางอาญาโดยใช้สถานการณ์จำลอง” สำหรับการอบรมรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายของโครงการ ณ ห้องอบรม 201 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C กรุงเทพมหานคร

การฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการพัฒนาศักยภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานภายในองค์กร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ในหลักสูตร “การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อพัฒนาและเพิ่มพูนศักยภาพของบุคลากรด้านการสอบสวน ให้มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในกระบวนการยุติธรรม

ในการฝึกปฏิบัติวันนี้ คณะวิทยากรจาก ส.พ.ส. ได้นำกระบวนการเรียนรู้ผ่าน “สถานการณ์จำลอง” มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการฝึกฝน ซึ่งช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทดลองปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยในข้อพิพาททางแพ่งและทางอาญาเสมือนจริง กระบวนการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพูนทักษะการเจรจาต่อรองและการรับฟังตามแนวทางสันติวิธีเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้วิเคราะห์ข้อกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ. การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 เพื่อนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

การเสร็จสิ้นการฝึกอบรมในรุ่นที่ 3 นี้ ถือเป็นการปิดฉากโครงการอย่างสมบูรณ์และงดงาม สะท้อนถึงความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างมูลนิธิ ส.พ.ส. และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในการร่วมสร้างกลไกและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการความขัดแย้ง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณคดีที่จะเข้าสู่กระบวนการทางศาล และร่วมสร้างสังคมที่สงบสุขด้วยการยุติข้อพิพาทบนพื้นฐานของความเข้าใจและการเจรจาโดยสันติวิธีต่อไป